กิจกรรมของสถานี

สถานีได้ดำเนินการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทั้งสาระ และองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมของเกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรได้ทำเกษตรกรรมโดยมีผลผลิตที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ ได้มีการประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอข้อมูลและสนับสนุนการทำงานในด้านต่างๆ เพื่อให้สถานีฯได้ถ่ายทอดนำความข้อมูลไปสู่เกษตรกร ได้ และติดตามการทำงานหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะ โครงการ "นวัตกรรมเกษตร 52 สัปดาห์" เพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร

การเกษตรในประเทศไทยนั้น ถือเป็นอาชีพที่สำคัญเปรียบได้กับรากแก้วของประเทศ ซึ่งคนไทยเราทำการเกษตรปลูกพืชกันมาแต่ช้านาน ตามภูมิปัญญาของบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งปัจจุบันนี้เกษตรกรรมด้านการปลูกพืชถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่จำเป็นต่อโลก เพราะอาหารกำลังขาดแคลนลงทุกวินาที

ขณะเดียวกันเกษตรกรส่วนใหญ่ ปลูกพืชด้วยความรู้แบบดั้งเดิม ซึ่งในปัจจุบันไม่สามารถทำได้ผลดี เนื่องจากสภาวะอากาศที่แปรปรวนทำให้เกิดแมลงศัตรูพืชรวมถึงโรคระบาด และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ที่คอยจ้องทำลาย สร้างความเสียหายกับผลผลิตของเกษตรกร

เกษตรกรเองจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การผลิตพันธ์พืช สภาพดินที่เหมาะสมกับพืช การใช้ปุ๋ย โรคต่างๆ แมลงศัตรูพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิต จนไปถึงการ จำหน่าย และพัฒนาผลผลิต เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้ตนเองผ่านพ้น วิกฤติ สู่ความสำเร็จได้

ในประเทศไทยยังมีหน่วยงานและบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอยู่มากมาย ที่มีผลงานการวิจัย ทางด้านการเกษตร แต่งานวิจัยเหล่านั้นกระจัดกระจาย เป็นเพียงงานวิจัยในกระดาษซึ่งไม่สามารถทำให้ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจในงานวิจัยได้ เช่น งานวิจัยด้านพันธุ์พืช งานวิจัยการใช้ปุ๋ย งานวิจัยแมลงศัตรูพืช และงานวิจัยอื่น ถ้าผลงานที่มีประโยชน์เหล่านี้ อยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดกับเกษตรกร จึงมีผู้เล็งเห็นความสำคัญของงานวิจัยต่างๆที่มีประโยชน์อนันต์ คือคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาการจัดหารายได้เข้าประเทศในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้ผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเหล่านี้เพื่องบประมาณที่ไม่สูญเปล่า ด้วยการบูรณาการของภาครัฐ ระดมสมองขึ้นโดยมีพืช32 ชนิด คือ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลังอ้อย ข้าวโพด ลำไย ลิ้นจี่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วต่างๆ ผักต่างๆ พริก กระเจี๊ยบ กล้วย มะละกอ มังคุด ทุเรียน มะพร้าว มะม่วง ลองกอง ลางสาด พุทรา มะยงชิด ฝรั่ง ส้ม ส้มโอ มันฝรั่ง ปาล์มน้ำมัน ไม้ดอกไม้ประดับ กล้วยไม้ เห็ด เงาะ สัปปะรด และพืช GMO เพื่อศึกษาระบบ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยพืชทั้ง 32 ชนิด ดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้ร่วมกันบูรณาการในแต่ละพืชมาเชื่องโยงกันเพื่อให้มีความครบถ้วน ทั้ง 23 ขั้นตอนของพืชแต่ละชนิด ประกอบด้วย การผลิตพันธ์ ความเหมาะสมของดินกับพืช การปรับปรุงคุณภาพดิน การใช้ปุ๋ยเคมีในพืชแต่ละชนิด เทคโนโลยีการให้น้ำ วิธีการปลูกให้เหมาะกับศักยภาพของพื้นที่ การจัดการโรคพืช การจัดการแมลงศัตรูพืชโดยใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ การจัดการวัชพืช การจัดการการปลูกการดูแล การแปรรูปผลผลิต การทำพืชอินทรีย์ การสร้างผลผลิตนอกฤดู การโลจิสติกส์ การตลาด การพัฒนาระบบบัญชี การพัฒนาสื่อเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงงานวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การผลิต ภูมิสารสนเทศ และผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เป็นต้น

จากการดำเนินการมากกว่า 5 เดือน ผลจากการทำงานของทุกหน่วยงานที่บูรณาการร่วมกัน ส่งผลให้เกิดงาน นวัฒกรรมเกษตร 52 สัปดาห์ ซึ่งทำให้เกษตรกร ได้รับรู้ข้อมูลของพืชแต่ละชนิด ในวงจรชีวิตของพืช ว่า สัปดาห์ไหนควรดูแลพืชอย่างไรเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในแต่ละช่วง และสภาพความต้องการของพืช ไม่ว่าจะเป็น ช่วงการปลูกพืช ช่วงการผลิดอกออกผล ช่วงผลสุก ช่วงผลัดใบ และในช่วงอื่นๆของพืชแต่ละชนิดที่ต่างกัน เช่น เกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวาน เกษตร จะสามารถรู้ได้เลยว่า 4 สัปดาห์ของแต่ละเดือน ต้อง ใช้ปุ๋ยอะไร ใช้น้ำเท่าไหร่ให้เหมาะสมกับอากาศ และมีแมลงศัตรูพืชอะไรที่จะเข้ามาทำลายพืช รวมถึงการออกดอกจะออกเดือนไหน การออกผลออกอย่างไรเพิ่มปริมาณปุ๋ยและน้ำเท่าไหร่ เก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ จนไปถึงการส่งขาย และแปรรูป ซึ่งงาน 52 สัปดาห์ ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการเกษตรไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวมรวบผลงานวิจัย จะมีการเปิดงาน นวัฒกรรมเกษตร 52 สัปดาห์ ให้แก่เกษตรกรและประชาชนผู้ที่สนใจ ในเร็วๆนี้ เพื่อนำเสนอเรื่องที่มีประโยชน์ต่อพืชและเกษตรกรเพื่อนำไปใช้ทำการเกษตรสำหรับงานนวัฒกรรมเกษตร 52 สัปดาห์ จะสามารถตอบโจทย์ ของพืชเศรษฐกิจทั้ง 32 ชนิดได้ หากเกษตรนำไปใช้ จะสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีคุณภาพ และประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการ เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้นำไปพัฒนา ผลผลิตทางการเกษตรแบบครบวงจร ให้เกิดการปฏิวัติระบบเกษตรแบบเดิมได้ในเร็วๆนี้

Go to : ภาพถ่ายกิจกรรม

Go to : วีดีโอของสถานี

Go to : ปฏิทินเหตุการณ์

 

รายการโทรทัศน์

ระบบบริหารการเพาะปลูก

ระบบ SMSสมัครสมาชิกระบบบริหารการเพาะปลูกแบบบูรณาการ 52 สัปดาห์ »ที่นี...

ผู้สนับสนุน

FacebookTwitterYoutubeFeedFlickr

Callcenter : 02-967-7014

showช่องทางการรับชมรายการจานดาวเทียม Thai-Com 5 ในระบบ C-band
  • Frequency : 3854 MHz
  • Symbol Rate : 6667 Msym/sec
  • FEC : ¾
  • Polarization : Vertical
showบริษัท กอฟ ทู โกลบอล จำกัด 410/110-111 รัชดาภิเษก 22 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
  • โทรศัพท์ : 02-967-7017
  • Fax : 02-967-7016
  • Call Center : 02-967-7014